แชร์ไปก็ได้จ้า

สวยภาพนอกทำให้หลงไหล แต่หากสวยจากใจต่างหากที่ทำให้รัก

เรื่องมีอยู่ว่า…

ศาสตราจารย์ผู้เกษียณอายุราชการคนหนึ่ง ใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายกับภรรยาเฒ่าอย่างมีความสุข

ตื่นเช้ามาไปตลาด จับจ่ายซื้อของเล็กๆน้อยๆ

บ่ายคล้อยออกไปดื่มชากาแฟตามร้านของเหล่าลูกศิษย์

ค่ำๆหลังทานอาหารเย็น สองสามีภรรยานั่งอ่านนิตยสาร ไม่ก็เช็คภาพถ่ายในไลน์ที่บุตรสาวเพียงคนเดียวมักส่งมาให้ เธออยู่อเมริกา

เช้าวันหนึ่งเมื่อเดือนก่อน

ตอนที่เขาลุกจากเตียง มือทาบกับผ้าปูที่นอนที่ชื้นด้วยน้ำ

“ยายแก่ เธอฉี่รดที่นอนเหรอ?” เขาเอ่ยหยอกภรรยาเฒ่า

ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับของฝ่ายภรรยา!

เธอสิ้นลมไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว…

“อย่าโศกเศร้าเสียใจ ภรรยาของคุณเธอไปในที่ๆดีที่สุดแล้ว”

“ให้ผมมานอนเป็นเพื่อนอาจารย์ไหมครับ สมชัยและวีณาก็จะมาด้วยนะครับ”

คำปลอบประโลมใจที่เพื่อนๆและเหล่าลูกศิษย์เข้ามาปลอบประโลมใจ

แต่เขายังคงยืนนิ่ง ปฏิเสธด้วยใบหน้าเรียบเฉย เงียบขรึมเหมือนที่เขาเป็นอยู่ในก่อนหน้านั้น

คืนหนึ่ง

เขาเขียนจดหมายยืดยาวถึงลูกสาวเพียงคนเดียว

ด้วยหน้าที่การงานทำให้เธอกลับมาส่งคุณแม่ไม่ทัน

ชายชราหยิบจดหมายขึ้นมาจูบ

“ลาก่อนลูกรัก”

เขาวางจดหมายและหยิบขวดยานอนหลับขึ้นมา ข้างขวดยานอนหลับเหมือนภรรยาของเขากำลังยิ้มให้

จู่ๆ เสียงโทรศัพท์บนหัวนอนก็ดังขึ้น

“พ่อค่ะ ตอนนี้หนูอยู่สนามบินแล้วค่ะ เจ้านายใจดีให้หนูลาพักร้อนมาอยู่เป็นเพื่อนพ่อหนึ่งเดือนค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันนะคะพ่อ หนูรักพ่อค่ะ”

หลังจากศาตราจารย์เล่าให้ลูกศิษย์ฟังเสร็จ เขาก็ยกแก้วน้ำชาขึ้นดื่ม

“คุณรู้ไหม อะไรที่ทำให้คนเลิกคิดจบชีวิต”

“ไม่รู้ครับท่าน” ลูกศิษย์เก่าของชายชราตอบ

“ไม่ใช่คำสอนในศาสนา ไม่ใช่นักจิตวิทยา ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง แต่มันคือความรู้สึกง่ายๆที่เรียกว่าถูกรัก นั่นก็คือยังมีคนที่รักเราอยู่”

คุณรักคนรอบข้างคุณหรือยัง?

ขอขอบคุณที่มาจาก : นุสนธิ์บุคส์