แชร์ไปก็ได้จ้า

ความรักก็เหมือนภูเขาลูกเดิม เมื่อรักจืดจางอยากให้ได้อ่านกัน

มีผู้หญิงคนหนึ่งได้ระบายความอึดอัดใจของตัวเองกับอาจารย์ว่า

หลายปีที่ผ่านมาตอนเธอเป็นสาววัยรุ่น

เธอได้แต่งงานกับผู้ชายที่อายุห่างกันประมาณ10ปี

ในตอนนั้นแฟนของเธอดูมีความสามารถยิ่งใหญ่ในสายตาของเธอมาก

เธอได้ชิ่นชมและยกย่องแฟนของเธอมาตลอด

หลังจากแต่งงานอยู่กินมาสิบปีเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป

ไม่เหลือความยิ่งใหญ่ความน่าเกรงขาม

ไม่เหลือความชื่นชมน่าสนใจเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

เธอได้ถามอาจารย์ว่าเป็นเพราะเหตุใดกัน

หรือการแต่งนี้ก็คือ สุสานของความรักใช่หรือเปล่า

เมื่อเธอกล่าวจบ

อาจาร์ยจึดได้บอกกับเธอว่า เธอจงเดินตามอาจารย์มา

อาจารย์ได้พาเธอเดินมาอยู่ที่หน้าภูเขาลูกหนึ่ง แล้วถามเธอว่า

ภูเขาลูกนี้ดูแล้วเป็นอย่างไรในสายตาเธอ

สูงใหญ ตระหง่านตาละสวยงามอย่างที่สุด เธอกล่าว

ตลอดเส้นทาง มีแต่เดินกับเดินตลอดโดยไม่ได้พูดอะไรเลย

เธอเริ่มเหนื่อยและอ่อนล้า และทางที่เดินไปนั้นทั้งขรุขระ

ในขณะที่เธอเดินอยู่ เธอก็บ่นอะไรออกมาเยอะแยะ

เมื่อมาถึงยอดเขา อาจารย์ก็ได้บอกกับเธอว่า

นี่ก็คือภูเขาลูกเดิมที่เธอเอ่ยชื่นชมว่าสวยงามตระหง่านตายิ่ง

เธอก็ได้ตอบไป ว่าภูเขานี้ไม่สวยเลย ทางเดินก็มีแต่หิน

ต้นไม้ก็ไม่สวย ดูๆแล้วภูเขาโลกโน้นก็ยังสวยกว่าซะอีก

เธอได้ระบายความรู้สึกของเธอออกมายกใหญ่

อาจารย์เห็นก็หัวเราะขึ้นมาทันใดแล้วกล่าวว่า

ตอนที่เธอเป็นแฟนกันนั้นก็เหมือนกับการมองภูเขาจากที่ห่างไกล

ในสายตาก็มีแต่ความชื่นชมเลื่อมใส

แต่เมื่อเธอแต่งงานแล้ว ก็เหมือนกันการขึ้นภูเขานั้นเอง

สิ่งที่เธอได้เห็น ก็คือความปกติธรรมดาของกันและกัน

เมื่อขึ้นมาถึงยอดภูเขาแล้ว สายตาของเธอก็เห็นแต่ภูเขาลูกอื่น

ไม่ได้เห็นภูเขาลูกเดิมอีกแล้ว ที่จริงเขาไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก

แต่เป็นเธอต่างหากละที่เปลี่ยนไป เพราะใจเธอเปลี่ยน

แววตาของเธอจึงเปลี่ยนไป เมื่อหมดซึ่งความชื่นชม

ภูเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้ใหญ่อีกต่อไป เธอปรักพร่ำบ่นมากเท่าใด

ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็มากเท่านั้น เพราะอะไรล่ะ

เธอจึงสามารถยืนอยู่บนภูเขาลูกนี้แหละเห็นภูเขาลูกอื่น

ก็เพราะเธอยืนอยู่บนภูเขาลูกนี้แล้ว

เธอจนควรสำนึกให้ได้ไม่ใช่ปรักปรำ

เรื่องนีไม่ได้เป็นเพียงบทการสอนชีวิตคู่เท่านั้น

ลูกๆ ก็เหมือนกันตอนยังเด็กยังเล็ก

ก็มักจะมองว่าพ่อแม่ของตนนั้นยิ่งให้กว่าใครๆ

พอเติบโตและกล้าเเข็ง กลับมองเป้นว่า

พ่อแม่ของผู้อื่นนั้นแสนดีกว่าพ่อแม่ของตนเอง

การคบค้าสมาคมฉันเพื่อนก็เหมือนๆกัน

ตอนแรกๆก็คบกัยถูกโฉลกถูกชะตากันไปได้ทุกเรื่อง

เห็นดีเห้นงามตามกันไป พอเวลาเปลี่ยนแปลงไป

จากความสนิทชิตเสื้อก็กลายเป้นสนิม เพราะเห้นคนอื่นที่เก่งกว่า

ดีกว่า เพื่อนที่คบค้ากันมา แถมยังมีการระแวดระวัง

ไม่ไว้วางใจในความสัมพันธ์เกิดขึ้น

มีบ่อยครั้งที่หลายคู่มิตรกลายเป้นคู่อริ

เพราะการมองข้ามความดีที่เคยมีมา

ใช่แหละคนเรา

ควรที่จะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต

แต่สิ่งใหม่ๆนั้นควรเป้นสิ่งที่มาเพิ่ม

ความดีความงามอันเดิมให้งดงามยิ่งๆ ขึ้น

หาใช่มาทำลายกัน อย่ามองข้ามคุณค่า

คุณค่าความดีของคนใกล้ตัวเรา

และพอใจในสิ่งที่ตนมีในวันนี้

คื่อสิ่งวิเศษที่สุดได้ประทานเข้ามาในชีวิตเรา

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : rugyim.com