ช่วงไหนของชีวิตที่เราจะเข้าใจชีวิตมากที่สุด

thumbnail

ช่วงไหนของชีวิตที่เราจะเข้าใจชีวิตมากที่สุด

1) ตอน ซ ว ย จะเข้าใจที่สุด

ยามตก ทุ ก ข์ ได้ยากจะรู้ว่าใครคือเพื่อนแท้ วันข้างหน้าจะได้รู้ว่าควรเลือกคบคนประเภทใด?

2) ตอน เ จ็ บ ไ ข้ จะเข้าใจที่สุด

ร่างกายคือเลข 1 นอกเหนือจากนั้นเป็น 0 หมด ไม่มี 1 ต่อให้มี 0 มากมายเพียงใดก็ไร้ความหมาย

3) ตอนลงจากเวทีจะเข้าใจที่สุด

เป็นขุนนางเป็นกันได้ชั่วขณะ เป็นคนนั้นเป็นกันทั้งชีวิต

4) ตอนเกษียณจะเข้าใจที่สุด

ไม่ว่าตำแหน่งหน้าที่การงานจะเล็กหรือใหญ่ สักวันหนึ่งก็ต้องเป็นคนแก่ที่เกษียณเหมือนๆกัน

5) ตอนเข้า คุ ก จะเข้าใจที่สุด

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่ที่ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ก็เพราะบุญและกรรมเก่ายังไม่หมด วันใดบุญและกรรมเก่าหมด

บุญบาปที่เคยทำได้ย่อมตอบสนองอย่างสาสม

6) ตอนใกล้สิ้นใจจะเข้าใจที่สุด

เกิดไม่ได้นำมา ต า ย ก็ไม่อาจนำกลับไปได้ ทุกสิ่งที่ไขว่คว้าดั่งพยับแดด ดั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าในยามรุ่งสาง

พอพระอาทิตย์ขึ้นก็ เ หื อ ด ห า ย คิดดี พูดดี ทำดี ถนอมเวลาในขณะนี้ มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน

เวลา อาจไม่สามารถพิสูจน์ในทุกสิ่งได้

แต่สามารถทำให้คุณเห็นอะไรได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หากคุณพลาดโดยการทำผิดอะไรสักครั้งหนึ่ง

มันยากที่จะทำให้คนอื่นนึกถึงความดีที่คุณทำมานับครั้งไม่ถ้วน

นี่คือความจริงของคนในยุคปัจจุบัน แต่อย่าเป็นเพราะคนอื่นไม่เชื่อ

แล้วนำมาเป็นสาเหตุที่จะทำตัวให้ เ ล ว ลงดังที่คนอื่นคิด ความ เ จ็ บ ปวดในชีวิต ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เสมอไป

เพราะทุกครั้งที่เผชิญกับความ เ จ็ บ ปวด คุณเห็นโลกชัดเจนยิ่งขึ้น คุณมองโลกด้วยความเป็นจริงมากขึ้น

เมื่อใดที่ได้รับความไว้วางใจ รู้ไว้เถิดว่า นั่นคือความงดงามอย่างหนึ่งในชีวิตของคนๆหนึ่งที่ควรจะภาคภูมิใจ

และอย่า ทำ ล า ย ความไว้ใจของใครๆด้วยการ ท ร ย ศ หรือหักหลัง เพราะนั่นคือความ อั ป ย ศ ในชีวิตของคนๆ หนึ่ง

ที่จะถูกตราไว้ในดวงจิตของเขาตราบจนชีวิตจะหาไม่ ไม่มีใครแบกทุกข์แทนใครได้

และต่อให้แบกได้เขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่า คุณทุกข์มากสักเพียงใด? สิ่งที่คุณควรทำก็คือ

เมื่อใดที่บ่าซ้ายแบกไว้จนหนักจนล้า หากวางไม่ลง ก็ย้ายมันไปที่บ่าขวา ย้ายด้วยตัวของคุณเอง

ขอขอบคุณที่มา จาก นุสนธิ์บุคส์

Back To Top